ประวัติความเป็นมาภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา


ในระหว่างปี พศ 2527 - 2530 คณาจารย์ภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้ากลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วยอาจารย์ประเสริฐ ประวัติรุ่งเรือง (ปัจจุบันเป็นผู้บริหารโรงเรียนสยามธุรกิจ SBAC และบริษัทในเครือสยามคอมพิวเตอร์) ผศ.ดร.สุรพันธ์ ตันศรีวงศ์ อาจารย์มงคล หวังสถิตย์วงษ์ อาจารย์พัฒพงษ์ อมรวงศ์ อาจารย์พิพัฒน์ พัดคุ้ม(ปัจจุบันลาออกจากราชการ ไปประกอบกิจการส่วนตัวที่เมืองพัทยา ) และอาจารย์มนต์ชัย เทียนทองได้มีประสบการณ์ร่วมกันในการจัดตั้งโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ หลักสูตรระยะสั้นให้กับบุคคลทั่วไปหลังจากที่ได้ศึกษาความต้องการและแนวโน้ม ของการใช้สารสนเทศ รวมทั้งความตื่นตัวทางด้านคอมพิวเตอร์ในช่วงนั้น จึงได้ปรึกษากับศาสตราจารย์ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ ซึ่งเป็นคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมสมัยนั้นเพื่อขอเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์ ในคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ซึ่งต่อมาคณบดีก็ให้ความสนับสนุนอย่างดี โดยได้จัดสรรงบ ดำเนินการจากเงินรายได้ของคณะ และบางส่วนได้มาจากเงินรายได้สะสมที่เกิดจากกิจกรรมของศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรม (ศพอ.) โดยมีอาจารย์พัทยา ยิ่งวัฒนา เป็นหัวหน้าศูนย์ในสมัยนั้นเพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ห้องแรกของคณะ เมื่อเดือนเมษายน 2534
ห้อง 205 จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ห้องแรกของหลักสูตร TCT โดยมีไมโครคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ TWC รุ่น IBMPC ใช้ CPU Intel 80386SX-16MHz จำนวน 24 เครื่อง มีความจุ RAM เพียง 256 kB ติดตั้งเครื่องอ่านฟล๊อปปี้ดิสค์ขนาด 5.25 นิ้ว ใช้จอภาพ VGA Monochrome 20 เครื่อง และจอภาพสี 4 เครื่องทุกเครื่องไม่มีฮาร์ดดิสค์ ใช้ระบบปฏิบัติการดอสเพียงอย่างเดียว แต่นับได้ว่าเป็นเครื่องที่ทัยสมัยที่สุดในยุคนั้น ในขณะเดียวกันที่รศ.ดร.มนต์ชัย เทียนทอง อาจารย์ณรงค์ เวศนารัตน์ (อดีตผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ) และอาจารย์พัฒพงษ์ อมรวงศ์ ก็ได้ร่วมร่างหลักสูตร TCTขึ้นเพื่อเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2534 โดยใช้ห้อง 206 เป็นที่ทำการ นักศึกษา TCT รุ่นแรกที่รับเข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตรระดับปริญญาตรี (ต่อเนื่อง 2 ปี) หลักสูตรภาคปกติ รอบเช้า เป็นนักศึกษาชาย 18 คน นักศึกษาหญิง 2 คน รวมทั้งหมด 20 คน (รวมทั้งอาจารย์กฤช สินธนะกุล และอาจารย์วรรณชัย วรรณสวัสดิ์) การบริหารและการจัดการเรียนการสอนในช่วงแรกนี้ได้อยู่ในความรับผิดชอบ ของภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงงบประมาณสำหรับจัดหาวัสดุและครุภัณฑ์ก็ได้รับจากภาคครุศาสตร์ไฟฟ้า และจากเงินรายได้ของคณะอีกส่วนหนึ่ง คณาจารย์ที่สอนนักศึกษา TCT รุ่นแรกประกอบด้วยอาจารย์มนต์ชัย เทียนทอง อาจารย์ณรงค์ เวศนารัตน์ อาจารย์พัฒพงษ์ อมรวงศ์ อาจารย์กิตติศักดิ์ มรินทร์ (ปัจจุบันลาออกจาราชการแล้ว) อาจารย์ธวัชชัย งามสันติวงศ์ (ปัจจุบันเป็นอาจารย์ ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์) รวมทั้ง อาจารย์ พิเศษจากภายนอกที่รับผิดชอบในส่วนของวิชาคอมพิวเตอร์ ส่วนของวิชาการศึกษาก็ได้ใช้บริการจากหน่วย การศึกษา ภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้านับแต่นั้นมาจนบัดนี้
ความต้องการของนักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร TCT มี แนวโน้วที่สูงขึ้นประกอบ กับทบวงมหาวิทยาลัยได้ พิจารณาให้สาขาคอมพิวเตอร์เป็นสาขาขาดแคลน คณบดีจึงสนับสนุนให้เปิดรับนักศึกษารอบบ่าย หลักสูตร 3 ปีเป็นปีแรก โดยรับนักศึกษารุ่นแรก 20 คน ส่วนหลักสูตรการเรียนการสอนก็ยังคงเป็นหลักสูตรเดิม เพียงแต่ขยายฐานการศึกษาจาก 4 ภาคการศึกษาเป็น 6 ภาคการศึกษา ส่วนรอบเช้าก็ยังคงเปิดรับปกติ ในรุ่นที่ 2มีนักศึกษาที่เป็นอาจารย์ในภาควิชาปัจจุบันนี้ก็คือ อาจารย์จิรพันธุ์ ศรีสมพันธุ์ และอาจารย์วิทวัส ทิพย์สุวรรณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 205 ได้ถูกใช้งานหลักอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องให้บริการทั้งนักศึกษา TCT นักศึกษาระดับปริญญาโทของคณะ รวมทั้งนักศึกษาบางภาควิชาของคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์อีกด้วย (คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ยังไม่ได้แยกคณะ ออกไปใช้ชื่อรวมกับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมว่าคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์) คณบดีจึง ได้สนับสนุนเงินงบประมาณจัดซื้อไมโครคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ จำนวน 36 เครื่องแต่ห้องเรียนในคณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรมก็ไม่เพียงพอ คณะจึงขอความอนุเคราะห์จากศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของ TCT ห้องที่ 2 และห้องที่ 3 จึงเกิดขึ้นที่ชั้น 6 ของอาคาร TFIC เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 36 เครื่องยี่ห้อ ZEOS ใช้ CPU Intel 386SX-40 MHz มีหน่วย RAM 1และ 2 MB มีฮาร์ดดิสค์ขนาด 120 MB จำนวน 16 เครื่อง อีก 20 เครื่อง ไม่มีฮาร์ดดิสค์ ใช้จอภาพสีระดับ VGA ส่วนระบบปฏิบัติการ ก็คือ Microsoft Windows Version 3.0 ในปีนี้มีธุรการคนแรกของหลักสูตรก็คือ คุณสุวิณา ศรีคง ปฏิบัติหน้าที่ช่วย งานหลักสูตรได้ระยะหนึ่ง ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น คุณภาวนา ศรีเงินงาม (ปัจจุบันปฏิบัติงานอยู่ที่สหกรออมทรัพย์ สจพ.)
บัณฑิตครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รุ่นแรก สำเร็จการศึกษาครบทุกคนภายในกำหนดเวลาได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2536 นับว่าเป็นการเบิกทางให้ชื่อ TCT ได้จุติขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดแรงงาน บัณฑิตทุกคนได้งานทำในตำแหน่งดี ได้รับเงินเดือนในระดับสูง ส่วนการรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรได้เพิ่มจำนวนการรับนักศึกษา ทั้งรอบเช้าและรอบบ่ายเป็นปีละ 70 คนในปีนี้มีนักศึกษาที่เป็นอาจารย์ในภาควิชา ปัจจุบันคืออาจารย์สมคิด แซ่หลี นอกจากนี้ยังได้บัณฑิต TCT รุ่นแรกมาช่วยงาน 2 คนก็คือ อาจารย์กฤช สินธนะกุลและอาจารย์วรรณชัย วรรณสวัสดิ์ โดยมีสถานภาพ เป็นอาจารย์พิเศษก่อนหลังจากนั้นจึงได้บรรจุเป็นข้าราชการภายหลังจึงกล่าวได้ว่า อาจารย์ทั้งสองเป็นบุคลากร ชุดแรกที่บรรจุในสังกัดของภาควิชา
ในปีนี้ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยขึ้นรวมทั้งการเสนอโครงการ ขอแยกออกจากภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า จัดตั้งเป็นภาควิชาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ (ชื่อครั้งแรก)เพื่อความสะดวกในการบริหารและการจัดการด้านการเรียนการสอน และงบประมาณ และมีคุณเกษรา โศรกศรี(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกมลวรรณ) ก็ได้ลาออกจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์มาบรรจุเป็นข้าราชการในภาควิชาทำหน้าที่แทนธุรการคนเก่าคือ คุณสุกัญญา โกสินทร์ นักศึกษา TCT รุ่นที่ 4 ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ของภาควิชาก็คือ อาจารย์สุธิดา ชัยชมชื่น อาจารย์ธีราทร ซนีเย็ง อาจารย์เทวา คำปาเชื้อ และอาจารย์สรเดช ครุฑจ้อน และในปีนี้เองภาควิชาก็ได้ร่วมโครงการเร่งรัดการผลิต บัณฑิตสาขาวิชาที่ขาดแคลนโดยรัฐบาลให้จัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้อีกส่วนหนึ่ง ตามจำนวนของนักศึกษาที่เปิดรับ ภาควิชาจึงเปิดรับนักศึกษา รอบเช้าและรอบบ่ายอย่างละ 2 ห้องเรียน รวมเป็น 4 ห้องเรียน ด้วยจำนวนนักศึกษา 140 คนต่อปีการศึกษา
โครงการจัดตั้งภาควิชา ได้ถูกยกร่างขึ้นและเสนอผ่านกรรมการคณะกรรมการสถาบันตามลำดับ และสิ้นสุดที่ทบวมหาวิทยาลัย ซึ่งคณบดีอาจารย์เสมอ เริงอนันต์ ละผมต้องเดินทางไปชี้แจง กับคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยหลายครั้ง (ดร.อมเรศ ศิลาอ่อน เป็นประธานคณะกรรมการทบวง) ซึ่งทุกครั้งต้องแต่งสูทเต็มยศ นั่งรอหน้าห้องเพื่อเข้าชี้แจงตั้งแต่บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น ก็ไม่ได้ชี้แจง เดินทางไป ๆ มา ๆ อย่างนี้ 3-4ครั้ง และสุดท้ายก็ไม่ได้เข้าชี้แจงแต่อย่างใดเพียงแต่ครั้งสุดท้าย เลขานุการออกมาแจ้งว่า คณะกรรมการลงมติให้ความเห็นชอบ ในการจัดตั้งภาควิชาแต่ขอให้เปลี่ยนชื่อ จากภาควิชาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์เป็นภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา เนื่องจากชื่อภาควิชาในภาษาอังกฤษ Department of Computer Education นั้น คำว่า Education ท่านให้ความ เห็นว่าจะแปลว่าครุศาสตร์หรือศึกษาก็ได้ ซึ่งอดีตรองอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สมชอบ ไชยเวช ซึ่งท่านเป็นกรรมการอยู่ด้วย ห้ความเห็นว่าน่าจะสื่อความหมาย เช่นกัน ภาควิชาจึงได้ชื่อนี้มานับตั้งแต่บัดนั้น นับว่าเป็นภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาภาควิชาแรกของประเทศไทยหลังจากนั้น สถาบันราชฎัฐก็ใช้ชื่อ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาเช่นกันต่างกันที่สถาบันราชฎัฐ ประสาทปริญญา ค.บ. (คอมพิวเตอร์)แต่ TCT ประสาทปริญญาค.อ.บ.(สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์) ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538 และประกาศใน พระราชกฤษจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2539
นโยบายการระดมงบประมาณให้กับภาควิชาใดภาควิชาหนึ่งของผู้บริหาร คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ทำให้ปี 2539 เป็นปีแห่งการพัฒนาของภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาประกอบกับภาควิชาได้ร่วมโครงการเร่งรัดผลิตบัณฑิตสาขาวิชา ที่ขาดแคลน ทำให้ได้งบประมาณปี 2539 เกือบ 8 ล้านบาทภาควิชาจึงได้พัฒนาห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด รวมทั้งการย้ายที่ทำการภาควิชาหลังจากที่คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ได้ย้ายไปอยู่ที่อาคารใหม่ รายการหลักๆ ได้แก่ Upgrade เครื่องคอมพิวเตอร์ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 52-205 จำนวน 25 เครื่องโดยเปลี่ยน Mainboard และ CPU ใหม่ ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ และใช้จอสี (ปี 2538) จัดตั้งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดเเวร์ 52-215 (ปี 2538) ซื้ออุปกรณ์ และเครื่องวัด จัดตั้งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์กราฟฟิก 52-214ตกแต่งห้องและหาเครื่องเวิร์คสเตชั่น Silicon Graphic เพิ่มเติมจากที่ได้รับจากสำนักคอมพิวเตอร์ เป็นจำนวน 14 เครื่อง (ปี 2538) ย้ายที่ทำการภาควิชา จากห้อง 52-206 ไปเป็นห้อง 52-210 ในปัจจุบัน พร้อมทั้งปรับปรุงเป็นห้องพักอาจารย์ (ปี 2538) จัดตั้งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 52-211 ตกแต่งห้องและจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ Compaq จำนวน 31 เครื่อง (ปี 2539) จัดตั้งห้องปฎิบัติการมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ 52-213 ตกแต่งห้อง และจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ Gateway จำนวน 26 เครื่อง (ปี 2539) จัดสร้างห้องพักอาจารย์ ห้อง 52-212 (ปี 2539) นักศึกษา TCT หลายคน ได้สละแรงงานให้ความช่วยเหลือ ในการพัฒนาและปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ ที่อยู่นอกเหนือ จากรายการของบริษัทผู้รับเหมาเป็นต้นว่า ทาสีห้อง เดินสายไฟฟ้า แสงสว่าง ติดตั้งระบบไฟฟ้ากำลัง ติดตั้งกระดาน และงานอื่นๆ โดยมีอาจารย์กฤช สินธนะกุล เป็นผู้ควบคุม ทำให้ห้องปฏิบัติการ คอมพิวเตอร์สำเร็จลุล่วงสมบูรณ์
หลังจากจัดตั้งเป็นภาควิชาเสร็จสิ้นภาควิชาก็ได้รับการจัดสรรอัตราบุคลากรทั้งจากงบประมาณปกติและจากโครงการเร่งรัดผลิตบัณฑิตสาขาที่ขาดแคลนรวมทั้งได้รับทุนพัฒนาอาจารย์เพื่อให้ไปศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาทั้งในและต่างประเทศนับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่มีอาจารย์หลายคนได้เดินทางไปศึกษาต่อ ยังต่างประเทศ เพราะหลังจากที่ประเทศไทยเกิดสภาพวิกฤตทางเศรษฐกิจโครงการนี้ก็ถูกตัดไปคณาจารย์ของภาควิชาที่ได้ไปศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาต่างประเทศในช่วงนี้ ได้แก่ อาจารย์สุพจน์ นิตย์สุวัฒน์เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกทาง ด้านคอมพิวเตอร์ ณ University of New South Wales ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2539 อาจารย์จรัญ แสนราช เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ทางด้านคอมพิวเตอร์ศึกษา ณ INPL ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2540 อาจารย์สรเดช ครุฑจ้อน เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ณ Vanderbilt University ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2540 ก่อนหน้านี้ก็มีอาจารย์ที่ได้รับทุนของภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาไปศึกษา ต่อระดับปริญญาตรี-โท-เอก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้แก่ อาจารย์นวพร วิสิฐพงศ์พันธุ์ ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาต่อ ณ Carnegie-Mellon University ประเทศสหรัฐอเมริกาส่วนอาจารย์คนสุดท้ายที่เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก ต่างประเทศก็คือ อาจารย์สรสิทธิ์ คล้ายคลึง ศึกษาต่อที่ Esslingen FH. ประเทศเยอรมัน เมื่อปีการศึกษา 2542 นอกจากนี้ก็มีคณาจารย์ที่ศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศอีกหลายท่านได้แก่ อาจารย์พารา ลิมมะณีประเสริฐ ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เมื่อปีการศึกษา 2541 อาจารย์จีรพันธุ์ ศรีสมพันธ์ และอาจารย์สมคิด แซ่หลี เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2541 อาจารย์วรรณชัย มีสวัสดิ์ และอาจารย์เทวา คำปาเชื้อเข้าศึกษาต่อระดับ ปริญญาโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2541 อาจารย์สุธิดา ชัยชมชื่น อาจารย์กฤช สินธนะกุล และอาจารย์ธีราทร ซนีเย็ง เข้าศึกษาต่อสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) เมื่อปีการศึกษา 2541 ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง Monash University ประเทศออสเตรเลีย กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะ เพื่อให้ภาควิชาออกแบบและติดตั้ง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์รวมของคณะ โดยใช้ชื่อว่า TechEd Net ติดตั้งอยู่ที่ห้อง 207 ทำให้ภาควิชา สามารถใช้ประโยชน์ของเครือข่าย Intranet/Internet ในงานสารสนเทศได้อย่างสมบูรณ์ เช่น การจัดทำ Homepage รายวิชา ระบบรายงานผลการเรียนผ่านเครือข่าย การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่าย เป็นต้น ปัจจุบันกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นระบบ Full Computerized ในอนาคตอันใกล้ ในปีนี้เอง ภาควิชาได้เข้าร่วมโครงการรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นของคณะ โดยรับนักศีกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นที่จบการศึกษา ระดับ ปวส. สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาไฟฟ้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ และสาขาที่เกี่ยวข้องจากวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ ให้เข้าศึกษาต่อหลักสูตร TCT โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกนับว่าเป็นนโยบายระดับทองของคณะที่ได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังนักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ทั้งที่มีผลการเรียนดี เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจหรือปัญหาอื่น ๆ โครงการนี้ทำให้ภาควิชาได้บัญฑิต TCT ที่มีคุณภาพเยี่ยมหลายคน ผลงานของนักศึกษา TCT ทั้งในรูปของฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากรางวัลที่ได้รับจากการประกวดต่าง ๆ เช่น การประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีของสถาบัน การประกวด ซอร์ฟแวร์ของ NECTEC เป็นต้น ส่วนหลักสูตร TCT ได้ถูกปรับปรุงใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปีนี้ เพื่อให้เหมาะ สมและยืดหยุ่นตามศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกับภาควิชาได้แต่งตั้งกรรมการร่างหลักสูตรระดับปริญญาโท MTCT ขึ้น โดยผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการคณะและบัณฑิตวิทยาลัยตามลำดับขั้น
ในปีการศึกษา 2542 ภาควิชาได้เปิดรับนักศึกษาปริญญาโท MTCT รุ่นแรก ใน 2 สาขาวิชาได้แก่ สาขาเทคโนโลยิมัลติมีเดีย และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา โดยมีนักศึกษา MTCT รุ่นแรกจำนวน 21 คน ส่วนหนึ่งเป็นศิษย์เก่า TCT ที่ทำงานอยุ่ในองค์กรต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาจากภายนอกทั่วๆ ไป ส่วนหลักสูตร TCT ระดับปริญญาตรียังคงรับนักศึกษาในจำนวนคงเดิม ทำให้ภาควิชามีนักศึกษา ทั้งสิ้นประมาณ 350 คน
ต้นปี 2543 ภาควิชาได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 511 สำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลจากเครือข่าย Internet/Internet ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่ดีที่สุดในคณะจัดสร้างให้เป็นห้องเรียนและห้องสืบค้นข้อมูลจากเครือ ข่ายคอมพิวเตอร์ มีระบบโสดทัศนูปกรณ์ ครบสมบูรณ์ โดยใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ส่วนบัณฑิต TCT ที่จบการศึกษาในปีนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นใหม่โดยจบตามกำหนดเวลาทั้งชั้นเรียน และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาในปีนี้ประมาณ 130 คน นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของภาควิชานอกจากนี้นักศึกษาของภาควิชายัง ได้รับรางวัล ชนะเลิศจากการประกวดซอฟท์แวร์ในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดย NECTEC ได้รับรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์
ในปีการศึกษา 2542 ภาควิชาได้เปิดรับนักศึกษาปริญญาโท MTCT รุ่นแรก ใน 2 สาขาวิชาได้แก่ สาขาเทคโนโลยิมัลติมีเดีย และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา โดยมีนักศึกษา MTCT รุ่นแรกจำนวน 21 คน ส่วนหนึ่งเป็นศิษย์เก่า TCT ที่ทำงานอยุ่ในองค์กรต่างๆ และอีกส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาจากภายนอกทั่วๆ ไป ส่วนหลักสูตร TCT ระดับปริญญาตรียังคงรับนักศึกษาในจำนวนคงเดิม ทำให้ภาควิชามีนักศึกษา ทั้งสิ้นประมาณ 350 คน
Department of Computer Education KMUTNB © 2014-2017
Tel 02-5552000 Ext. 3234,3240 Fax 02-5552164